บทที่ 1 ดอกไม้ในมือมาร : บทที่ 1 อัคคี

บทที่ 1 อัคคี

“เพลิงคะ จะขึ้นแล้วเหรอคะ”

เสียงหวานนุ่มกระเง้ากระงอดของหญิงสาวสวยกลางสระเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังตั้งท่าขึ้นจากสระ พรีส หรือ พิสลา ปรกเศวต นางแบบสาวชื่อดังเมืองไทยวาดมือลงน้ำว่ายตามหนุ่มร่างโตไปขอบสระทันที เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบคำถามทั้งยังลุกขึ้นจากขอบสระเดินไปยังเตียงอาบแดด

สายตาหวานปนน้อยใจส่งให้ชายร่างสูงแต่ตัวเขาเองไม่ใส่ใจ นางแบบสาวคนนี้ก็เป็นเพียงคู่เดทครั้งคราว เจอกันก็เฉพาะวันว่างหรือต้องการปลดปล่อยเท่านั้น ซึ่งเขายังมีอีกหลายคน

แสงทองสาดส่องบนพื้นผิวของสระว่ายน้ำขนาดย่อมบนคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง มองลงเบื้องล่างคือเมืองหลวงของประเทศไทย

ร่างสูงใหญ่กว่าชายไทยทั่วไปด้วยเชื้อสายลูกเสี้ยวที่มีคุณย่าเป็นชาวสเปน ทำให้ชายหนุ่มคนนี้ผมดำดกหนา หน้าเหลี่ยมคมชัดจมูกโด่งริมฝีปากหนา ผิวสีเข้ม ขนตาดกยาวยิ่งกว่าหญิงสาว

ร่างแกร่งเปี่ยมด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่น แผงอกเป็นลูกมีไรขนปกคลุมเพียงบางเบาเล็กน้อยเท่านั้นไล่ลงหายไปยังขอบกางเกงว่ายน้ำสีเข้ม สีทองของลำตัวขณะที่ตัวเขาโหนขึ้นนั่งขอบสระว่ายน้ำเปียกน้ำไหลลู่ลงไปยังต้นขาใหญ่แน่นมัดกล้าม

เขานั่งลงบนเตียงอาบแดดพอดีกับเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจึงเอื้อมมือออกไปยกหน้าจอขึ้นดูแล้วปัดเลื่อนรับสาย

“ครับพ่อ”

“วันนี้ว่างไหม อยากให้มาทานข้าวเย็น”

“ธุระด่วนหรือครับ นี่ก็จะมืดแล้ว”

“ก็ ด่วนอยู่ ว่างไหม”

อัคคีขมวดคิ้ว น้ำเสียงทุ้มพร่าอย่างชายวัยหกสิบกว่าของพ่อดูร้อนรนจนผิดปกติ

“ผมว่าพ่อพูดธุระมาในสายเลยก็ได้ครับ พรุ่งนี้ผมมีประชุมเช้า ไม่อยากกลับไปนอนบ้าน”

อัคคีเอ่ยขึ้นเมื่อนึกได้ว่าบ้านพ่อของเขานั้นอยู่จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตึกที่เขาทำงานอยู่ใจกลางเมือง ทั้งพรุ่งนี้เช้ามีประชุมจริง

มือแกร่งเอื้อมออกไปยังโต๊ะเล็กด้านข้างหยิบขวดไวน์ขึ้นรินใส่แก้ว หางตาสังเกตว่านางแบบสาวขึ้นมาจากสระแล้ว กำลังเดินทอดน่องค่อยย้ายสะโพกทีละน้อยมาทางเขาอย่างเย้ายวน จนอัคคีเองเผลอยิ้มมุมปาก เขาจะกลับบ้านในคืนนี้ได้อย่างไรในเมื่อคืนนี้เขาจะต้องจัดการเรื่องราวบนเตียงกับนางแบบสาวคนนี้

“เอายังงั้นเหรอ ให้พ่อพูดเลยเนี่ยนะ”

“ครับ พูดมาเถอะครับ”

“เฮ้อ! ก็ได้ แกมันก็เป็นแบบนี้ แม่ถึงได้เป็นห่วง อายุก็สามสิบสองแล้ว”

“พ่อครับ เข้าเรื่องเถอะครับ”

“ฉันจะให้แกแต่งงาน”

“ฮะ!! ว่าไงนะ นี่ผมหูฝาดหรือเปล่า พ่อพูดใหม่สิครับ”

“แต่งงาน แกฟังไม่ผิดหรอก พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้วว่าสมควรให้แกแต่งงาน พวกฉันอยากจะหลานแล้วโว้ย!”

เสียงประกาย ภิชญ์ภัทรโสภา ดังขึ้นอีกเมื่อได้ยินลูกชายคนโตขึ้นเสียงด้วยความตกใจ พร้อมชำเลืองมองภรรยาที่อยู่กินกันมานาน พิศดุจดาว ภิชญ์ภัทรโสภา ซึ่งกำลังนั่งมองสามีด้วยดวงตาเป็นกังวล

อัคคีนิ่งเงียบทันทีเมื่อได้ยิน ตามปกติแล้วเขาเองก็ไม่ใช่คนพูดมาหรือโวยวาย ด้วยความรับผิดชอบที่ถูกเลี้ยงดูมาให้ช่วยเหลือตัวเองและขึ้นมาช่วยงานธุรกิจน้ำเมาตั้งแต่วัยรุ่น ทำให้ตัวเขาเองมักไม่ค่อยสุงสิงกับใคร มีเพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้น และเมื่อมีปัญหาก็จะเก็บเอาไปคิดเสียก่อนแล้วค่อยจัดการ

อัคคี ภิชญ์ภัทรโสภา ตอนนี้ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารเต็มตัวด้วยอายุเพียงสามสิบสองปีในธุรกิจครอบครัว ผลิตเครื่องดื่มนานาชนิด แต่ที่โด่งดังและทำเงินให้มหาศาลเป็นน้ำเมาหรือแอลกอฮอล์ กระทั่งสามารถตั้งเป็นบริษัทมหาชน และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

เขาประสบความสำเร็จการงาน การเงิน ส่วนเรื่องตั้งหลักปักฐานในใจของเขาเองนั่นไม่เคยคิดถึงมันแม้แต่น้อย เขาเพิ่งจะอายุสามสิบสองปี ยังมีเวลาอีกมากในการใช้ชีวิตหนุ่มโสด แต่เขารู้ว่าสักวันหนึ่งความรับผิดชอบนี้จะตกมาถึงเขา เพราะเป็นลูกชายเพียงคนเดียวที่สืบทอดสกุล ส่วนน้องสาวของเขานั้นยังเรียนอยู่ต่างประเทศ

ความคิดแบบผู้บริหารกำลังทบทวนส่วนได้ส่วนเสีย และระยะเวลาที่จะขอต่อรอง

“เอาแบบนี้ครับพ่อ ผมอยากจะทำความรู้จักกันก่อน”

“แกรู้จักดี ก็หนูแพรข้างบ้านเราไง”

“แพร?”

คิ้วเข้มขมวดมุ่น นึกภาพเด็กหญิงฝาแฝดสองคนที่วิ่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านเมื่ออายุสิบกว่าขวบ ในขณะที่เขานั้นยี่สิบสองปี

“ใช่หนูแพร บุษบา เกษมจิตต์วัฒน์ เรียนจบนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยดัง เรียนดี เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ ดีกว่าสาว ๆ ที่แกควงเล่น”

เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้!

อัคคีทวนวลีนี้ในใจพร้อมสะดุ้งเมื่อนึกภาพยามอยู่บนเตียง เขานั้นเลือดสเปนไหลวนเสี้ยวหนึ่งทำให้อัตราความเร่าร้อนค่อนข้างสูงกว่าชายไทยทั่วไป แล้วน้องแพรคนนี้จะรองรับความต้องการของเขาได้ยังไง

“หนูแพรหน้าตาดี ไม่ใช่สิ สวยมากทีเดียว พอแกไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วทำงาน แกก็ไม่ค่อยกลับบ้าน เลยไม่เคยเห็นหนูแพรตอนโต ตอนนี้หนูแพรอายุยี่สิบสองแล้ว สวยยิ่งกว่าดาราบางคน”

เสียงของชายสูงวัยกว่ามากสาธยายสรรพคุณความงามของว่าที่เจ้าสาว แต่อัคคีไม่ใคร่ได้ใส่ใจฟังเพราะกังวลเรื่องแต่งงาน

“พ่อครับ เอาแบบนี้ผมยังไม่รับปาก แต่อยากจะขอทำความรู้จัก ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปดีไหมครับ”

ประกายยิ้มกว้างบนใบหน้าหล่ออย่างหนุ่มลูกครึ่งสเปนทั้ง ๆ ที่อายุเลยวัยหกสิบ หันสบตากับภรรยาแล้วพยักหน้าส่งสัญญาณ จนพิศดุจดาวเองยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“ได้สิ ถ้างั้นพรุ่งนี้มาทานข้าวเย็นที่บ้านแล้วกัน”

“ครับพ่อ”

อัคคีวางสายจากประกายแล้วหยิบไวน์ขึ้นดื่ม สังเกตเห็นว่าสาวสวยด้านข้างกำลังขยับตัวลงคุกเข่า

“เฮ้! ตรงนี้มันที่สาธารณะ รอกลับเข้าห้องก่อนสิครับ”

เสียงทุ้มเอ่ยเย้าแต่ยังยอมปล่อยให้นางแบบสาวเลื้อยตัวไปตามท่อนขา สระน้ำแห่งนี้อยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียม และไม่ค่อยมีคนขึ้นมาใช้บริการในวันทำงานอย่างเช่นนี้เย็นนี้

อัคคียกไวน์แดงขึ้นดื่มด่ำ และจมดิ่งเข้าสู่ห้วงหฤหรรษ์ทันทีเมื่อสาวสวยด้านล่างจัดการกับท่อนล่างใต้กางเกงว่ายน้ำ

ภาพเด็กหญิงถักเปียปีนต้นมะม่วงหลังบ้าน แล้วโยนลูกมะม่วงลงมายังในรั้วบ้านเขา แม้ว่าจะอายุเพียงสิบสองปี แต่ยังมองเห็นความสวย

เขาไม่รู้ว่าคนที่อยู่บนต้นมะม่วงคนนั้นเป็นแฝดคนไหน ปีนป่ายได้เก่งชะมัดและไม่กลัวมดแดงแม้แต่น้อย พอมะม่วงหล่นตกลงมาก็ชอบใจหัวเราะเสียงดังแล้วปีนลงปนกระโดด กอบมะม่วงหลายลูกขึ้นมาในอ้อมแขนแล้ววิ่งไปทางพ่อของเขาพร้อมยื่นมะม่วงส่งให้หลายลูก

อัคคีไม่ได้ใส่ใจสองฝาแฝดข้างบ้านมากนักเพราะตัวเขาโตเป็นวัยรุ่นแล้ว และมีเรื่องราวมากมาย ความทรงจำนั้นคงเป็นความทรงจำเดียวที่เขาเองพอมีภาพให้นึกถึง

พรุ่งนี้เขาจะได้เจอเธออีกครั้ง ถ้าพ่อกับแม่อยากให้เขาแต่งงานก็ไม่เป็นปัญหาถ้าผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาทำให้พึงพอใจได้ทุกเรื่องโดยเฉพาะบนเตียง

แต่ถ้าไม่ เขาเองก็ขอโบกมือลา ไม่เอาชีวิตไปจมกับการแต่งงานจอมปลอมหลอกลวงเด็ดขาด อีกอย่างฝ่ายหญิงเองจะได้มีคนรักคนอื่นที่ดีกว่าเขา

บทถัดไป